2015/Jul/28

 
เมื่อวัน 26/7/15 ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปร่วมงานวิ่งที่สัตหีบ
งานนาวิกโยธินมาราธอน 2015...
เลือกมาที่นี่ เพราะรักสัตหีบนะ
เมื่อปีที่แล้ว เคยมาวิ่งงานอ่าวดงตาล ที่นี่เหมือนกัน แต่วิ่งแค่ 10 km.
ยังประทับใจมาจนถึงทุกวันนี้
 
เราเป็นคนนึงที่เริ่มวิ่งมาตั้งแต่ปลายปี 2012 จากการจ๊อกกิ้งเบา ๆ
วิ่งเพราะต้องการลดน้ำหนัก ไม่ใช่เริ่มจากกระแสนิชคุณ-สู่ขวัญ
พอเริ่มวิ่งแล้วก็อยากจะวิ่งให้ยาวขึ้น นานขึ้น จึงเริ่มหาข้อมูลต่าง ๆ
จนไปเจอเรื่องราวของนักวิ่งทั้งหลายที่เค้ามีรายการต่างๆสำหรับนักวิ่งให้มาวิ่งกัน
วิ่งเพื่อชนะขีดจำกัดของตัวเอง....
เราจึงตัดสินใจลงงานแรกด้วย จักรี รันนิ่ เดย์ 2013 กับระยะ 10 km.
ผ่านมาจนวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรพัฒนาขึ้น
แต่ความฝันที่จะวิ่งฟูล ยังคงอยู่
 
ตัดสินใจลงระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 km งานนาวิกโยธิน
ซ้อมทุกอาทิตย์นะ แต่ไม่เคยเกิน 10 km เลย 555
เคยวิ่งได้ไกลสุดก็แค่ 16 km.
 
เช้าวันที่จะวิ่ง ตื่นเต้นเล็กน้อย คิดไว้ว่าอย่างไรก็จะต้องทำมันให้จบ
จะไม่ยอม DNF ตัวเองออกไปแน่นอน...
ปล่อยตัวตี 5.30 น. ท้องฟ้ายังคงมืดอยู่
มีสายลมพัดพาให้กำลังใจ และเสียงคลื่นที่ร้องบอก ซู่! ซู่!
ตอนปล่อยตัว คิดแค่ว่า เดี๋ยวพอฟ้าสว่าง เราก็จะวนมาจุดนี้อีกครั้ง
วิ่งไปเถอะ วิ่งไปเรื่อย ๆ เมื่อยก็เดิน ยังไงก็ถึงแน่นอน...
เป็นรายการวิ่งที่เราไม่ฟังเสียงของ endo เลยสักนิด
มาถึงตอนนี้มันไม่สำคัญแล้วว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน
มันสำคัญที่ว่า เราจะอดทนไปจนจบได้ไหม แค่นั้น!
 
วิ่งไปไม่ถึง 500 เมตร ก็เจอทางขึ้นเขาเลย และก็ขึ้น ๆ  ๆ
ทุกคนต่างวิ่งไปตามความเร็วของตัวเอง เพราะนี่แค่เริ่มต้น...
พอฟ้าเริ่มสว่าง ๆ ไอ้ที่วิ่งๆ มาด้วยกัน ก็เริ่มหายหน้าไปกันหมดแระ 5555
มองข้างๆ ใกล้ๆ ตัว อ้อ ยังมีเพื่อนวิ่งตามๆ กันมาให้พออุ่นใจ : )
อาการจุกที่เป็นบ่อยๆ ถามหาตั้งแต่ กม.ที่ 2.5
แต่ก็ไม่เป็นไรมาก เพราะเราค่อยๆ วิ่ง เรียนรู้วิธีที่จะเอาชนะมันได้แล้ว
แล้วน้องจุก ก็จากไปสักพัก....
 
วิ่งมาได้ประมาณกิโลที่ 11 เจอทางขึ้นเขาอีกแล้ววว เขาลูกใหญ่มาก!!
เริ่มเจอคนที่เป็นตะคริวข้างทางที่เพื่อนนักวิ่งกำลังช่วยเหลือ
เราทำได้แต่ยิ้มเป็นกำลังใจให้ และเดินขึ้นเขาต่อไป
พอตอนขาลง พื้นดินค่อนข้างเป็นกรวดเล็กน้อย อย่างกะสนามเทรล
รอไรล่ะ!! เดินสิ!!! 55555 แดดเริ่มไล่หลังแล้วด้วย
พอลงเขามาแล้ว เริ่มได้ยินเสียงกลองเชียร์ ไอ้เราก็วิ่งตามจังหวะกลองเร้ยย
พอวิ่งใกล้มาเรื่อย ๆ กลองเริ่มรัวขึ้นน สับขาไม่ไหวแล้ว ขอเดินผ่าน 5555
เป็นกลุ่มน้อง ๆ กองเชียร์ทหาร และเหล่าแม่บ้านออกมาร้องเพลงเชียร์
ปลื้มปริ่มใจสุดๆ กับภาพกองเชียร์ทหารถือพู่เชียร์ที่เห็นเป็นระยะๆ
ชอบนะแบบนี้ มันไม่เหนื่อยไม่ท้อเลย
เหล่านักวิ่งที่เริ่มวิ่งสวนมา ต่างร้องให้กำลังใจกันและกัน
สู้ๆ นะ สู้ๆ อีกนิดเดียว ๆ
น้องทหารที่ยืนให้กำลังใจทั้งขาไปและขากลับ ร้องบอก สู้ๆ นะ
มันเป็นอะไรที่ประทับใจมากเลย
 
คราวนี้พอไปกลับตัวมาแล้ว ขากลับเจอเขาลูกใหญ่ลูกเดิมอีกแล้วววว
เป็นอะไรที่เหนื่อยสุดดดด เพราะแดดเริ่มมาแรงแล้ว กับเวลาใกล้แปดโมงเช้า
หิวน้ำมากที่สุดด แต่ดูจากระยะทางแล้ว จุดให้น้ำอยู่บนเขา
ในใจพลางคิดว่า ชั้นวิ่งไปไม่ถึงจุดให้น้ำแน่ๆ ขอย่ำเดินแล้วกัน
แค่แรงจะเดินยังไม่มีเลย รู้สึกว่าก้าวเท้าออกไปทำไมมันไม่ไปไหนเลย
เริ่มเจ็บหน้าขาเล็กน้อย เปลี่ยนจากเดินเร็วเป็นเดินช้าลง
อันนี้เป็นความรู้สึกใหม่ ที่เกิดขึ้นกับดินแดนใหม่เลยล่ะ
มันรุ้สึกว่าเดินต่อไม่ไหว ขอหยุดยืนสักพักก็ยังดี
ก็เลยหยุดยืนเอาดื้อๆ จนพี่ที่วิ่งตามหลังมาวิ่งขึ้นแซงและหันมามองดูเรา
"หนูสบายดีค่ะ แค่เจ็บขานิดหน่อย" พูดในใจ TT
แล้วก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นเขาต่อไปเงียบ ๆ  แดดก็ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
สักพักเดินตามทันพี่ผู้หญิงคนนึงที่อยู่ๆ เขาก็หยุดยืน แล้วก็เริ่มเซ เซ และเซ ลง
โชคดีที่พี่ผู้ชายคนที่หันมามองหน้าเราตอนแรกรับไว้ทัน
เราก็ทำไรไม่ถูก ในกระเป๋าก็ไม่มียาดม มีแต่กล้วยตาก!!!
ดีพี่คนที่ตามหลังมามีเกลือแร่ให้กิน
ส่วนนักวิ่งคนอื่นๆ ที่วิ่งตามหลังมาก็ช่วยร้องตะโกนบอก "มีคนเป็นโลมมมม ขอยาดมมมมม"
พอเห็นพี่เค้ามีคนช่วยเหลือแล้ว เราก็วิ่ง(เดิน) ต่อไป
พอถึงจุดให้น้ำก็เห็นรถ รพ. วิ่งขึ้นเขามา
พอวิ่งมาสักพัก ก็เห็นพี่คนนั้น DNF ไปพร้อมกับรถ รพ.
ในใจพลางคิดเราโชคดีแค่ไหนที่ไม่เป็นลม หลังจากนั้นเลยไม่ฝืนตัวเอง วิ่งไม่ไหวก็เดินเอา...
 
พอถึง oasis จุดให้น้ำบนเขา คำนวนแล้วว่าเหลืออีกประมาณ 6-7 กิโล
ร่างกายเริ่มขาดน้ำแล้ว เหงื่อออกเยอะมาก
จากตอนแรกที่แค่จิบน้ำ เพราะพยุงอาการจุก กลัวจะวิ่งไม่ไหว
พอถึง oasis เท่านั้นแหละ...น้ำเย็น!!!!!  ของสอง!!!!!
จุกก็ช่างแมร่ง!!!!  เดินเอา!!!!
พอลงจากเขามา ก็เริ่มเจอนักวิ่งมาราธอนที่วิ่งสวนมาแล้ว
ได้แต่ชื่นชมพวกพี่เค้าในใจ และคิดว่า ต้องมีวันของเราบ้างน่า มาราธอนแรก :)
 
พอลงจากเขาเลี้ยวเข้าทางราบแล้ว ได้ยินเสียงเชียร์อีกแล้ว
"พอทราบอายุขวัญตาาา" กองเชียร์ทหารถือพู่น่ารักมากคนข้างหน้า bib รุ่น 30
555555 ไอ้เราก็เร่งไม่ขึ้น ได้แต่วิ่งเหยาะๆ ดันมาหยุดเคารพธงชาติตรงหน้ากองเชียร์ทหารพอดี
ขอบคุณเพลง สามสิบยังแจ๋ว ที่จบทัน!
ทางราบก็วิ่งได้เยอะกว่าเดินหน่อย pace อะไรเราไม่สนใจแล้ว เพื่อนร่วมทางเยอะแยะ
ฮาล์ฟ/มาราธอน เลี้ยวขวา!! เลี้ยวอีกแล้วว เมื่อไหร่จะหมดเลี้ยวว อั๊วะหมดแรงเลี้ยวเลี้ยววว ฮ่วย!!
แต่ก็เป็นเลี้ยวที่ไม่ผิดหวัง เพราะวิ่งมาเลื่อย 300 เมตรได้ เป็็นสะพาน จุดชมวิวที่สวยมากกกกกก
ทะเล คลื่น ท้องฟ้า สวยจริง ๆ จนเราต้องหยิบมือถือขึ้นมาจะถ่ายวิว
มีพี่ผู้ชายคนนึงที่วิ่งตามหลังมาถาม ถ่ายให้ม้ั้ยครับ
"ขอบคุณมากค่ะพี่!!!!!!!!!"  พูดในใจ อีกแระ 5555
ได้มาสามสี่รูป สวยจุง เราก็ขอบคุณพี่เค้า
ก็ไม่รุ้จะขอบคุณยังไงหรือทำยังไงต่อ ก็เลยถามพี่เค้าว่า พี่ลงระยะไหนคะ
พี่เค้าลงฮาล์ฟเหมือนกัน ถามแค่นั้น เลยก็เลยวิ่งตัวปลิวไปเลย
มารู้สึกผิดทีหลัง น่าจะช่วยเค้าถ่ายบ้าง และมารู้ทีหลังอีกเช่นกันว่าพี่เค้าไม่ได้พกมือถือ
หนูขอโทษนะพี่ ไว้งานหน้าถ้าเจอกัน จะถ่ายให้รัว ๆ เลย :)
 
แล้วเราก็ปล่อยพี่เค้าไว้ข้างหลัง วิ่งมาเรื่อย ๆ เห็นจุดกลับตัวสุดท้ายละ
ล่อน้ำเย็น ๆ ไปอีกแก้วก่อนจะกลับตัววิ่งต่อ พี่(หรือน้อง)ทหารก็ร้องบอกว่า สู้ๆครับ อีกสองโลก็ถึง
สองโล!!!! มันเหมือนยาวนานเป็นสิบปี ฮ่าๆๆ
นั่น!! ข้างหน้าเจอพี่ช่างภาพตุ้มแล้ว ใกล้ถึงแล้วสิ ยิ้มแฉ่งสองนิ้วไปหนึ่งแชะ
ก่อนจะเห็นเส้นชัยที่ดูยิ่งใหญ่สมฐานะมาก ทุกๆ คนยังรอรับนักวิ่งที่เส้นชัย
ตากล้องมากมาย แต่เรามองไม่เห็นใครเลย มันเหนื่อยใจจะขาด
อยากจะหยุดสักแปปก่อนจะวิ่งเข้าพรมแดง แต่ก็ทำไม่ได้
โชคดีมาก ที่ดารามาสคอตมายืนห้าร้อยเมตรก่อนเข้าเส้นชัย
นี่เลยตีเนียนหยุดวิ่งแกล้งจับตัวมาสคอตไปเรื่อย แล้วจึงวิ่งต่อไปได้ 555555
วิ่งเข้าเส้นชัยพร้อมกับพี่นักวิ่่งมาราธอนอีกสองคน เจ๋งไปเลยพี่!!!
การต้อนรับหน้าเส้นชัยนั้นดีมาก ทหารคอยส่งน้ำให้นักวิ่งตลอด
ตอนรับเหรียญก็มีแท่นยืนคล้องเหรียญให้กับนักวิ่งทุกคนกับมือ แม้ว่าจะไม่ได้ถ้วยก็ตาม
ประทับใจมากกับตรงนี้ เพราะไม่ค่อยเห็นที่ไหนจะใส่ใจนักวิ่งขนาดนี้
บางทีให้เหรียญที่ยังไม่ได้แกะออกจากถุงด้วยซ้ำ :(
ที่นี่ให้ความสำคัญกับนักวิ่งที่เข้าเส้นชัยราวกับผู้กล้า ผู้พิชิต ประมาณนั้น
ความประทับใจครั้งนี้ บรรยายออกมาเป็นคำพูดคงไม่หมด แต่มันอยู่ในใจไมม่รู้ลืม
เราสัญญากับตัวเองว่าเราจะไปอีกแน่นอนสนามนี้
แม้สนามจะโหดเพียงไหน แต่ความงดงามยังมีให้เห็นอยู่ตลอดเส้นทาง
 
รักเทอนาวิกฯมาราธอน :)))))
 
 
 
 
บรรยากาศระหว่างวิ่ง ^^
 
 
See you na ka.
 

Comment

Comment:

Tweet